บทที่ 3

สัญญายืม

 

สัญญายืม  คือ  สัญญาซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง  เรียกว่าผู้ให้ยืมได้ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง  เรียกว่า  ผู้ยืม  เพื่อใช้ทรัพย์สินนั้น  และผู้ยืมต้องคืนให้เมื่อใช้สอยเสร็จแล้ว[1]

ลักษณะของสัญญายืม

             1.  เป็นสัญญาที่บริบูรณ์  เมื่อผู้ให้ยืมส่งมอบทรัพย์แก่ผู้ยืม  กล่าวคือ  ตราบใดที่ผู้ให้ยืมยังไม่ได้ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้ยืม  สัญญายืมก็ยังไม่เกิดขึ้น  แม้คู่สัญญาจะได้ทำสัญญาให้ยืมเป็นหนังสือก็ตาม  หากยังไม่ได้ส่งมอบก็บังคับให้ส่งมอบไม่ได้

                2.  สัญญายืมเป็นสัญญาไม่ต่างตอบแทน

                ในสัญญายืมจะมีคู่สัญญาฝ่ายเดียว  คือ  ผู้ยืม  เท่านั้นที่เป็นลูกหนี้  มีหน้าที่ในการส่งของที่ยืมคืนให้แก่ผู้ให้ยืม  ส่วนผู้ให้ยืมเมื่อส่งมอบของที่ยืมแก่ผู้ยืมทำให้สัญญายืมเกิดบริบูรณ์แล้วก็ไม่มีหน้าที่อะไรอีก

                สัญญายืมมี  2  ชนิดคือ

1.             สัญญายืมใช้คงรูป

2.             สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง

1.              สัญญายืมให้คงรูป

“สัญญายืมใช้คงรูป”  คือสัญญาที่บุคคลหนึ่ง  เรียกว่า  ผู้ให้ยืมให้บุคคลอีกคนหนึ่ง  เรียกว่า  ผู้ยืม  ใช้สอบทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า  และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้น  เมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว[2]

ลักษณะของสัญญาใช้คงรูป  มีดังนี้คือ

(1)  สัญญาไม่มีค่าตอบแทน

(2)  เป็นสัญญาที่ไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์  หมายความว่า  การที่ผู้ให้ยืมส่งมอบทรัพย์สินให้แก้ผู้ยืมไปนั้นเป็นการส่งมอบให้เพื่อผู้ยืมจะได้ครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นเท่านั้น  กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นยังเป็นของผู้ให้ยืมอยู่  ลักษณะในข้อนี้เป็นเหมือนกับสัญญาเช่าทรัพย์ที่ได้อธิบายมาแล้ว

(3)  วัตถุแห่งสัญญายืมใช้คงรูปคือทรัพย์สิน

หน้าที่ของผู้ยืม

1.             หน้าที่ในการเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ  และค่าบำรุงรักษาทรัพย์สิน

2.             หน้าที่ในการใช้สอยทรัพย์สินและสงวนรักษาทรัพย์สินที่ยืม

3.             หน้าที่ในการส่งคืนทรัพย์สินที่ยืมเมื่อใช้เสร็จ

ความระงับแห่งสัญญายืมใช้คงรูป

ความระงับแห่งสัญญายืมใช้คงรูป  อาจมีได้หลายสาเหตุดังนี้คือ

1.             ในกรณีที่สัญญาได้กำหนดระยะเวลายืมไว้  สัญญายืมใช้คงรูปก็จะระงับเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาตามสัญญานั้น

2.             ในกรณีที่สัญญาไม่ได้กำหนดระยะเวลายืมไว้  เช่น  ยืมหนังสือไปอ่านโดยไม่ได้ระบุว่าจะคืนเมื่อใด  ดังนี้ตามกฎหมายแล้วผู้ให้ยืมมีสิทธิเรียกคืนเมื่อใดก็ได้

3.             สัญญายืมใช้คงรูประงับไปเมื่อผู้ยืมตาย  ในข้อนี้แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติของผู้ยืมเป็นสาระสำคัญของสัญญายืมใช้คงรูป

4.             สัญญายืมใช้คงรูประงับไปเมื่อผู้ให้ยืมบอกเลิกสัญญาในกรณีที่ผู้ยืมผิดสัญญา

ลักษณะของสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง

สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง  คือ  สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่ง  เรียกว่า  ผู้ให้ยืม  โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง  เรียกว่า  ผู้ยืม  และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนสินทรัพย์เป็นประเภทชนิดและปริมาณเช่นเดียวกันให้แทน

ลักษณะสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองมีดังนี้คือ

1.             สัญญายืมใช้สิ้นเปลืองอาจเป็นสัญญามีค่าตอบแทนก็ได้

2.             เป็นสัญญาที่มีการโอนกรรมสิทธิ์

3.             วัตถุแห่งสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองคือทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไป

หน้าที่ของผู้ยืม

ต้องมอบทรัพย์สินประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันคืนให้แก่ผู้ให้ยืม

                สัญญายืมเงิน

            สัญญายืมเงิน เป็นสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง   โดยกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงิน ไว้ว่า การกู้ยืมเงินเกินกว่า ๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้[3]

            การชำระหนี้เงินกู้

             ลูกหนี้ต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ภายในระยะเวลาที่สัญญากำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผิดนัดการชำระหนี้ จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการไม่ชำระหนี้

            ดอกเบี้ย

          จะคิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ ๑๕ ต่อปีไม่ได้ กรณีสัญญากำหนดให้คิดอัตราดอกเบี้ยแต่มิได้กำหนดดอกเบี้ยไว้ กฎหมายให้คิดอัตราดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ ๗.๕ ต่อปี

                อายุความ

                ใช้อายุความตามมาตรา ๑๙๓/๓๐ ฟ้องภายใน ๑๐ ปี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



[1]  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 640

[2]  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   มาตรา 640

[3]  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓